[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by ATOMYMAXSITE 2.5
NakornKhonKaenSchool
ยินดีต้อนรับคุณ บุคคลทั่วไป  
English Chinese (Simplified) Chinese (Traditional) French German Italian Japanese Korean Portuguese Russian Spanish Vietnamese Thai     
ค้นหา   
เมนูหลัก
นวัตกรรมทางการเรียน



emai
googleapp

e
1






ระบบสมาชิก
Username :
Password :
[ สมัครสมาชิก ] | [ ลืมรหัสผ่าน ]
สมาชิกทั้งหมด 72 คน
สมาชิกที่กำลังออนไลน์ 0 คน
หน่วยงานภายใน

  
 
  
 

เว็ปที่น่าสนใจ
   
 
  
  
  
  
  
  
 
บริการออนไลน์
 
 
 
 
 

 
poll

   คุณคิดว่าเวปนี้เป็นอย่างไร


  1. ดีมาก
  2. ดี
  3. ปานกลาง
  4. แย่
  5. แย่มาก



  

งานวิจัยการศึกษา
    เรื่อง : การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาฟิสิกส์ เรื่อง แรงและกฎการเคลื่อนที่ โดยการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 7 ขั้น ประกอบแบบฝึกทักษะ การแก้โจทย์ปัญหา ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4

เจ้าของผลงาน : นางสาวนงลักษณ์ อัฐปัน
พฤหัสบดี ที่ 22 เดือน กันยายน พ.ศ.2559
เข้าชม : 558    จำนวนการดาวน์โหลด : 170 ครั้ง
5 stars เฉลี่ย : 5 จาก 2 ครั้ง.

บทคัดย่อ :
ชื่อเรื่อง การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาฟิสิกส์ เรื่อง แรงและกฎการเคลื่อนที่
โดยการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 7 ขั้น ประกอบแบบฝึกทักษะ
การแก้โจทย์ปัญหา ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4

ผู้ศึกษาค้นคว้า นางสาวนงลักษณ์ อัฐปัน
ปีที่ศึกษาค้นคว้า 2558
บทคัดย่อ
การศึกษาค้นคว้าครั้งนี้ มีจุดมุ่งหมายเพื่อพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้แบบสืบเสาะหา
ความรู้ 7 ขั้น ประกอบแบบฝึกทักษะการแก้โจทย์ปัญหา วิชาฟิสิกส์ เรื่อง แรงและกฎการเคลื่อนที่
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 75/75 เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
ก่อนเรียนและหลังเรียน ของนักเรียนที่เรียนโดยการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 7 ขั้น
ประกอบแบบฝึกทักษะการแก้โจทย์ปัญหา เพื่อศึกษาดัชนีประสิทธิผลของการจัดการเรียนรู้แบบสืบ
เสาะหาความรู้ 7 ขั้น ประกอบแบบฝึกทักษะการแก้โจทย์ปัญหา วิชาฟิสิกส์ เรื่อง แรงและกฎการ
เคลื่อนที่ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 เพื่อศึกษาเจตคติของนักเรียนต่อการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหา
ความรู้ 7 ขั้น ประกอบแบบฝึกทักษะการแก้โจทย์ปัญหา วิชาฟิสิกส์ เรื่อง แรงและกฎการเคลื่อนที่
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ประชากรที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ภาคเรียน
ที่ 1 ปีการศึกษา 2558 โรงเรียนนครขอนแก่น จ านวน 310 คน จ าแนกเป็นนักเรียนชั้น
มัธยมศึกษาปีที่ 4/1 จ านวน 50 คน นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/2 จ านวน 49 คน มัธยมศึกษา
ปีที่ 4/3 จ านวน 50 คน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/4 จ านวน 50 คน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/5
จ านวน 50 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/6 จ านวน 27 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/7 จ านวน 34 คนซึ่งมี
การจัดชั้นเรียนแบบคละ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/7
จ านวน 34 คน ซึ่งได้จากการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster Random Sampling) โดยการจับสลาก
เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้าได้แก่ แผนการจัดการเรียนรู้ จ านวน 9 แผนการจัดการเรียนรู้
แบบฝึกทักษะการแก้โจทย์ปัญหา จ านวน 4 เล่ม แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน 1 ฉบับ
จ านวน 30 ข้อ ที่มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.92 แบบวัดเจตคติของนักเรียนที่มีต่อการจัดกิจกรรมการ
เรียนรู้ จ านวน 20 ข้อ มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.72 ด าเนินการทดลองเพื่อหาประสิทธิภาพของ
แบบฝึกทักษะการแก้โจทย์ปัญหา ตามกระบวนการ 1 : 1 ปรับปรุงในส่วนที่บกพร่อง และทดลอง
ซ้ าตามกระบวนการ 1 : 3 ปรับปรุงแก้ไขให้สมบูรณ์และน าไปทดลองตามกระบวนการ 1 : 100 หรือ
ภาคสนาม ซึ่งได้ค่าประสิทธิภาพของแบบฝึกทักษะการแก้โจทย์ปัญหา (E
1/E2) เท่ากับ 68.66/63.33,
71.55/72.22 และ 80.00/78.63 ตามล าดับ แล้วน าแบบฝึกทักษะการแก้โจทย์ปัญหาไปใช้
ประกอบการเรียนการสอนกับนักเรียนกลุ่มตัวอย่าง ตามแผนการจัดการเรียนรู้ที่สร้างขึ้น น าผลการ
ทดลองมาหาประสิทธิภาพของการจัดการเรียนรู้ (E
1/E2) ใช้ค่าสถิติ t-test เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์
ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน หาค่าดัชนีประสิทธิผลโดยใช้สูตร E.I. และใช้ค่า และ SD. ใน
การศึกษาเจตคติของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/7 ที่มีต่อการจัดการเรียนรู้
ผลการศึกษาพบว่า การจัดการเรียนรู้ โดยการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 7 ขั้น
วิสต์ ประกอบแบบฝึกทักษะการแก้โจทย์ปัญหา วิชาฟิสิกส์ เรื่อง แรงและกฎการเคลื่อนที่ ชั้น
มัธยมศึกษาปีที่ 4 มีประสิทธิภาพ เท่ากับ 80.72/80.59 ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้น
มัธยมศึกษาปีที่ 4/7 ที่เรียนวิชาฟิสิกส์ เรื่อง แรงและกฎการเคลื่อนที่ โดยการจัดการเรียนรู้แบบสืบ
เสาะหาความรู้ 7 ประกอบแบบฝึกทักษะการแก้โจทย์ปัญหา พบว่า ค่าคะแนนเฉลี่ยผลการทดสอบ
หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน
พบว่า ค่าคะแนนเฉลี่ยก่อนเรียนและหลังเรียน แตกต่างกันอย่างมีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ค่า
ดัชนีประสิทธิผลของการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 7 ขั้น ประกอบแบบฝึกทักษะการแก้โจทย์
ปัญหา มีค่าเท่ากับ 0.6532 แสดงว่านักเรียนเกิดการเรียนรู้เพิ่มขึ้น 0.6532 หรือคิดเป็นร้อยละ
65.32 เจตคติของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/7 ที่มีต่อการจัดการเรียนรู้ตามแนวทฤษฎีคอนสตรัค
ติวิสต์ ประกอบแบบฝึกทักษะการแก้โจทย์ปัญหา โดยส่วนรวมมีค่าคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 4.53 อยู่ใน
ระดับเห็นด้วยมากที่สุด  



ดาวน์โหลด  ( Fulltext )  ( บทคัดย่อ ) 

งานวิจัยการศึกษา 5 อันดับล่าสุด

      รายงานการใช้บทเรียนสำเร็จรูป ชุด ASEAN เพื่อพัฒนาทักษะการอ่านภาษาอังกฤษของนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนนครขอนแก่น 9/ต.ค./2560
      สิ่งแรกในภาษาไทย 21/ส.ค./2560
      ผลการจดั กิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้เกมการศึกษา เพื่อพัฒนาความพร้อม ทางคณิตศาสตร์สาหรับเด็กปฐมวยั ช้นั อนุบาลปี ที่ 1 7/เม.ย./2560
      ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้หนังสือนิทานคำคล้องจอง เพื่อส่งเสริมความพร้อมด้านภาษา สำหรับเด็กปฐมวัย ชั้นอนุบาลปีที่ 3 17/มี.ค./2560
      ผลการจัดกิจกรรมการเล่านิทานก่อนกลับบ้าน เพื่อพัฒนาคุณธรรม จริยธรรมของเด็กปฐมวัย ชั้นอนุบาลปีที่ 1 17/มี.ค./2560


กำลังแสดงหน้าที่ 1/0 ->
<< 1 >>



ชื่อ/Email :
ใส่รหัสที่ท่านเห็นลงในช่องนี้
ความคิดเห็น :


กรุณาใช้คำพูดที่สุภาพ และอย่าใช้คำพูดที่พาดพิงถึงบุคคลอื่นให้เสียหาย ขอขอบคุณที่ให้ความร่วมมือ


ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของระบบไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม กรุณาแจ้งที่ admin@nkk.ac.th เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป